ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 12 ตุลาคม 2560 / 21:19:31  
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หลังพบผู้ติดเชื้อไอกรนกว่า 4 ราย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หลังพบผู้ติดเชื้อไอกรนกว่า 4 ราย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หลังพบผู้ติดเชื้อไอกรนกว่า 4 ราย โดยทั่วไปแล้วโรคนี้เป็นได้ทุกอายุถ้าไม่มีภูมิคุ้มกัน

นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานจากศูนย์ชันสูตรด้านระบาดวิทยาจังหวัดเชียงใหม่ ว่าพบผู้ป่วยโรคไอกรนจำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ทีมสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการสอบสวนโรคเบื้องต้น และค้นหาผู้ป่วยเพิ่มจากผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เพื่อนร่วมชั้นเรียน ครู และบุคลากรทางการแพทย์ พบผู้ป่วยติดเชื้อไอกรนเพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนร่วมชั้นเรียน โดยจากการสอบสวนโรคพบว่าสาเหตุเกิดจาก การที่นักเรียนอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดและทำกิจกรรมที่ได้พบปะกับผู้คนจำนวนมาก เช่น การเล่นกันอย่างใกล้ชิด การใช้แก้วน้ำขวดน้ำร่วมกัน การสัมผัสประตูลูกบิด ซึ่งอาจเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค นักเรียนที่มีอาการป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจไม่สวมหน้ากากอนามัย อีกทั้งนักเรียนอยู่ในห้องเรียนที่มีลักษณะปิดติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
จากนั้นได้มีการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารของโรงเรียนในการหามาตรฐานการควบคุมโรค ซึ่งได้ข้อสรุปและได้ดำเนินการไปแล้ว โดยคัดแยกผู้ป่วยติดเชื้อไม่ให้มาโรงเรียน ผู้ที่สงสัยติดเชื้อจะมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และให้ความรู้แก่นักเรียนในการป้องกัน เช่น หมั่นล้างมือ ใช้ผ้าปิดจมูกเมื่อมีอาการเป็นหวัด ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน และได้ทำการปิดห้องเรียนที่พบผู้ป่วยตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 เนื่องจากช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษานี้
ทั้งนี้ โรคไอกรนเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ และเกิดอาการไอ ที่มีลักษณะพิเศษ คือ ไอซ้อนๆ ติดๆ กัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้นจนเด็กหายใจไม่ทัน จึงหยุดไอ และมีอาการหายใจเข้าลึกๆ เป็นเสียง วู๊ป (Whooping cough) สลับกันไปกับการไอเป้นชุดๆ จึงมีชื่อเรียกว่า “โรคไอกรน” บางครั้งอาการอาจจะเรื้อรังนานเป็นเวลา 2-3 เดือน ไอกรนเป็นโรคติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม รดกันโดยตรง ผู้สัมผัสโรคที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจะติดเชื้อ และเกิดโรคเกือบทุกราย โรคนี้พบได้บ่อยในเด็ก ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งมีการติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ (carrier) หรือมีอาการไม่มาก โรคไอกรนเป็นได้กับทารกตั้งแต่เดือนแรก เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านมายังลูกไม่ได้หรือได้น้อยมาก ในเด็กเล็กอาการจะรุนแรงมากและมีอัตราตายสูง ส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการรุนแรง และเสียชีวิตเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และเป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน โดยทั่วไปแล้วโรคนี้เป็นได้ทุกอายุถ้าไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่ในวัยหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่อาจไม่มีอาการแบบไอกรน ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไอกรน
สำหรับการป้องกันโรคไอกรน ได้แก่ การแยกผู้ป่วย 5 วัน นับจากที่เริ่มให้ยา ผู้สัมผัสโรคทุกคนควรได้รับการติดตามดูว่าจะมีอาการไอเกิดขึ้นหรือไม่อย่างใกล้ชิด ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ควรได้รับวัคซีนป้องกันไอกรน 4-5 ครั้ง นับเป็นมาตรฐานการสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคไอกรน กำหนดการให้วัคซีนเริ่มเมื่ออายุ 2 เดือน และให้อีก 2 ครั้ง ระยะห่างกัน 2 เดือน คือ ให้เมื่ออายุ 4 และ 6 เดือน ครั้งที่ 4 ให้เมื่ออายุ 18 เดือน ครั้งที่ 5 ถือเป็นการกระตุ้น ให้เมื่ออายุ ให้เมื่ออายุ 4 ปี เด็กที่มีอายุเกิน 7 ปี แล้วจะไม่ให้วัคซีนไอกรน เพราะจะพบปฏิกิริยาข้างเคียงได้สูง
อย่างไรก็ตาม โรคไอกรนเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ การป้องกันด้วยสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การกินร้อน ใช้ช้อนกลาง การล้างมือ จึงมีความสำคัญอีกทั้งสามารถป้องกันโรคติดต่อเชื้อระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหารอื่นได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานระบาดวิทยาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร.053-211048 ต่อ 110

ข่าวโดย : สุพิชฌาย์ อุ่นแสง
บรรณาธิการ : อภิชาติ เฮงพลอย
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 154

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738